ติดต่อโฆษณา [email protected]
วันศุกร์, 14 สิงหาคม 2563

ทีเด็ดบอลวันนี้ เปิดสถิติที่เหลือของ ลิเวอร์พูล ที่ยังทำได้ในซีซั่น 2019-20

ทีเด็ดบอลวันนี้ โอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะคว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ หายไปกับตาเป็นที่เรียบร้อย หลังแพ้ให้กับ เชลซี 0-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อกลางสัปดาห์ พร้อมกันนั้นพวกเขายังแพ้ให้กับ วัตฟอร์ด ในเกมสุดสัปดาห์ พ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาล

ซึ่งมันส่งผลให้พวกเขาพลาดการคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย, ทำสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุด แซง อาร์เซน่อล ที่ทำไว้ 49 นัด และ การเก็บชัยชนะติดต่อกันมากที่สุดแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จำนวน 18 เกม

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล เองก็ยังคงมีสถิติที่ยอดเยี่ยม รอพวกเขาอยู่ ซึ่งก็เป็นสถิติที่ดูไม่ได้ย่ำแย่เลยนะครับ ถ้าหากพวกเขาทำได้ขึ้นมา

เปิดสถิติที่เหลือของ ลิเวอร์พูล ที่ยังทำได้

1. ยิงประตูได้มากที่สุดในลีก

สถิติเดิม: 106 ประตู (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, 2017-18)

สถิติการทำประตูของ ลิเวอร์พูล พวกเขายังมีโอกาสที่จะแตะไปถึง 100 ลูก ในการแข่งขันที่เหลืออีก 10 เกม ปัจจุบันพวกเขาทำไปถึง 64 ประตูแล้วนะครับ

ในซีซั่น 2017-18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นทำได้ถึง 106 ประตู ซึ่งกลายเป็นสถิติสูงสุดในตอนนี้ แต่ปัญหาคือ ลิเวอร์พูล กับฟอร์มการเล่นแบบนี้ จะทำได้หรือไม่

พวกเขาทำไปแล้ว 64 ประตู เท่ากับว่า “หงส์แดง” ต้องการอีก 43 ลูก จากเกมที่เหลือ ถ้านับเป็นค่าเฉลี่ย เท่ากับว่าต้องยิงราวๆ 4 ลูกต่อเกม ต้องยอมรับว่าอาจจะดูยากเสียหน่อย

อย่างน้อย พวกเขายังพอได้ลุ้น เนื่องจากโปรแกรมในช่วงที่เหลือ พวกเขายังเจอของง่ายอยู่หลายๆ เกม ไม่ว่าจะเป็นนัดหน้า ที่พบกับ บอร์นมัธ หรือจะเป็นเกมที่พบกับ ไบรท์ตัน ก็อาจจะเป็นเกมที่พวกเขาได้ประตูเป็นกอบเป็นกำเหมือนกัน


2. ทำแอสซิสต์เยอะที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาล

สถิติเดิม: 20 ครั้ง (เธียร์รี่ อองรี, 2002-03)

ปัจจุบัน คนที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดของ ลิเวอร์พูล คือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งต้องบอกว่ามีโอกาสพอสมควรเลยนะครับ เพราะเหลืออีกตั้ง 10 เกม

ซึ่งตอนนี้ เทรนท์ นั้นทำไปแล้ว 12 แอสซิสต์ เหลืออีกเพียง 8 ครั้ง ก็จะเทียบเท่า อองรี และต้องการอีก 9 แอสซิสต์ ก็จะแซงหน้าทันที

ซึ่งไม่ใช่แค่ เทรนท์ เท่านั้น ที่กำลังลุ้นสถิตินี้อยู่ เพราะคนที่ครองอันดับหนึ่งในฤดูกาลนี้ตอนนี้คือ เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งทำไปแล้วถึง 16 ครั้ง ขออีกเพียง 5 ลูกเท่านั้นเอง ก็จะแซง อองรี ได้

ณ จุดๆ นี้ ก็ต้องแข่งขันกันหน่อยแล้ว เทรนท์ อาจจะแซง อองรี ได้สำเร็จ แต่เขาออาจจะต้องเผชิญกับสถิติใหม่ของ เดอ บรอยน์ แทน


3. เก็บแต้มได้มากที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาล

สถิติเดิม: 100 คะแนน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, 2017-18)

อย่าลืมนะครับว่า ลิเวอร์พูล เพิ่งแพ้ไปเกมเดียวจาก 28 นัดที่ผ่านมา และยังเสมอไปเพียงนัดเดียวอีกด้วย เท่ากับว่าพวกเขายังมีโอกาสที่จะทำลายสถิติดังกล่าวได้อยู่

ปัจจุบัน “หงส์แดง” ได้ไปแล้ว 79 คะแนน เท่ากับว่าพวกเขาขออีก 22 คะแนน จาก 10 เกมที่เหลือเท่านั้น ก็จะทำ 101 คะแนน แซงหน้า แมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลนั้นได้ทันที

คิดง่ายๆ คือชนะ 7 เกม เสมออีก 1 นัด ก็เพียงพอที่จะคว้า 101 คะแนน ขณะที่ในจำนวนเกมที่เหลือ พวกเขายังมีแมตช์ง่ายๆ รออยู่เพียบ แล้วเราก็รู้กันดีว่าพวกเขาพร้อมที่จะชนะทุกๆ ทีมอยู่แล้ว

10 นัดที่เหลือพวกเขาต้องเจอกับ บอร์นมัธ, เอฟเวอร์ตัน, คริสตัล พาเลซ, แมนฯ ซิตี้, แอสตัน วิลล่า, ไบรท์ตัน, เบิร์นลี่ย์, อาร์เซน่อล, เชลซี และ นิวคาสเซิ่ล

ตัดทีมใหญ่ออกไป 3 ทีม ก็เท่ากับว่าพวกเขามีโอกาสที่จะชนะทีมเล็กเหล่านี้ทั้งหมดเลย และในเกมที่ดวลกับ ท็อป 6 ก็ขอเสมอสักเกมใดเกมหนึ่ง ก็โอเคแล้ว

เพียงแต่แฟนบอลคงจำกันได้ ว่าเกมแรกในฤดูกาลนี้ ที่ ลิเวอร์พูล ต้องพบกับความพ่ายแพ้ในลีก พวกเขาแพ้ให้กับใคร

ใช่ครับ พวกเขาแพ้ให้ วัตฟอร์ด ทีมอันดับ 19 ในตอนนั้น!!


4. คว้าแชมป์เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

สถิติเดิม: 14 เมษายน 2001 (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 2000-01)

สถิติที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก นั้นเกิดขึ้นในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อ 19 ปีที่แล้ว โดยในตอนนั้นทัพ “ปีศาจแดง” เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้แชมป์ไป ด้วยการมีแต้มห่างถึง 10 คะแนน

ในตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้มีผลงานเท่ากับตอนนี้นะครับ ก่อนจะถึงวันที่ 14 เมษายน พวกเขาแพ้ไปถึง 3 เกม เสมอไปถึง 7 นัดเลยทีเดียว แต่ก็ยังคว้าแชมป์ได้ในแมตช์ที่ 33

เนื่องจาก อาร์เซน่อล ก็ดันไปแพ้เยอะ พวกเขาสะดุดพ่ายถึง 7 เกม และยิ่งในวันที่ 14 เม.ย.พวกเขาแพ้ให้กับ มิดเดิ้ลสโบรห์ 0-3 ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม โคเวนทรี 4-1 ทำให้แต้มมันขาดกันตรงนั้น

เอาจริงๆ แล้ว จบตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มี 76 คะแนน ขณะที่ อาร์เซน่อล มี 60 แต้ม ห่างกัน 16 คะแนน เหลือการแข่งขัน 5 นัด เลยออกมาขาดในตอนนั้น ก่อนที่ แมนฯ ยู จะไปแพ้ 3 เกมสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้ อาร์เซน่อล ไล่มานิดหน่อย

ในตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็มี 79 คะแนนเลยนะครับ มากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนั้นเสียอีก และพวกเขา ขออีกเพียง 4 เกมเท่านั้นเอง ก็จะคว้าแชมป์ไปครอง อันนี้หมายถึงการที่ แมนฯ ซิตี้ ต้องไม่สะดุดด้วยนะ

อีก 4 นัด หาก “หงส์แดง” เอาชนะได้หมด นัดที่ 4 จะเป็นการพบกับ แมนฯ ซิตี้ พอดิบพอดี เท่ากับว่าพวกเขาจะได้แชมป์ ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 6 นัด ก็จะแซงสถิติเดิมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำไว้ 5 นัดทันที


5. ไม่แพ้ใครในบ้านยาวนานที่สุด

สถิติเดิม: 86 นัด (เชลซี, 2004-2008)

สถิติที่ยาวนานของ เชลซี ลิเวอร์พูล ยังสามารถทำได้อยู่นะครับ เพราะปัจจุบัน เกมที่พวกเขาแพ้ มันคือการแพ้นอกบ้าน พวกเขาลากยาวมาแล้ว 55 นัด ยังไม่แพ้ใครเลยมาจนถึงปัจจุบัน

สถิติเดิมของ เชลซี นั้นวางไว้ที่ 86 นัด ก่อนจะมาหยุดกับทาง ลิเวอร์พูล นั่นแหละ ในปี 2008 ซึ่งอีก 36 เกมในบ้านต่อจากนี้ของ “หงส์แดง” อาจจะได้ข้อสรุปกันในฤดูกาล 2021-22 กันนู่นเลย

แอนฟิลด์ ถือเป็นรังเหย้าที่เหล่าแฟนบอล ลิเวอร์พูล มั่นใจมากนะครับ ว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้ใครนั้นเข้ามาบุกเก็บชัยชนะกลับไปได้ง่ายๆ ฉะนั้นมันก็ไม่แน่ เราอาจจะได้เห็นทีมใหม่ ที่ทำสถิตินี้ และอาจจะแตะไปถึง 90 เกมเลยด้วย


หลังจากจบฤดูกาลนี้ สโมสรฟุตบอล ลิเวอร์พูล จะสามารถทำลายสถิติเหล่านี้ได้หรือไม่ต้องติดตามกันต่อไป สามารถติดตาม ข่าวกีฬา บทความที่น่าสนใจติดตามได้ทุกวันทาง : ballroad.com

ติดต่อโฆษณา [email protected]